Ep.2 UNIT LINKED ทำงานอย่างไร ฉบับง่าย!
Unit Linked ทำงานอย่างไร?
ฉบับง่าย เข้าใจใน 5 นาที
เบี้ย 3 ประเภท · ค่าธรรมเนียม 3 ก้อน · flow chart ที่ฟลุควาดให้ดูเอง — อ่านจบ ไม่งงอีกต่อไปครับ
💬 ปรึกษาฟลุคฟรี ทักไลน์เลย
© สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ห้ามทำซ้ำ ดัดแปลง หรือเผยแพร่ต่อสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต · อัปเดต กรกฎาคม 2026
หลักการทำงานของ Unit Linked หรือประกันชีวิตควบการลงทุน คือ เราจ่ายเบี้ยเข้าบริษัทประกัน → เบี้ยถูกหักค่าธรรมเนียม → ส่วนที่เหลือถูกนำไปลงทุนผ่านกองทุนรวมตามพอร์ตที่เราเลือกเอง และวน loop แบบนี้ทุกปี
ฟังดูง่ายใช่ไหมครับ? แต่จุดที่คนส่วนใหญ่งง คือ “เบี้ย” มี 3 ประเภท และ “ค่าธรรมเนียม” มี 3 ก้อน — บทความนี้ฟลุคจะแตกทีละตัวให้ดูแบบเห็นภาพเลยครับ
หลักการทำงานของประกันชีวิต Unit Linked ฉบับง่าย
หลักการทำงานของประกันชีวิตควบการลงทุน หรือ Unit Linked มี 3 ขั้นตอน คือ จ่ายเบี้ยเข้าบริษัทเพื่อรับความคุ้มครองตามที่ตกลง เบี้ยถูกหักค่าธรรมเนียมต่างๆ และเบี้ยส่วนที่เหลือถูกนำไปลงทุนผ่านกองทุนรวมตามพอร์ตที่เราเลือกไว้ วนแบบนี้ทุกๆปีครับ
- 1️⃣เราจ่ายเบี้ยประกันเข้าบริษัท และบริษัทให้ความคุ้มครองเราตามจำนวนความคุ้มครองที่ตกลงกันไว้
- 2️⃣เบี้ยประกันจะถูกหักค่าธรรมเนียมต่างๆ
- 3️⃣เบี้ยประกันส่วนที่เหลือจะถูกนำไปลงทุนผ่านกองทุนรวม ผ่านพอร์ตฯการลงทุนที่เราได้เลือกไว้กับบมจ.กรุงเทพประกันชีวิต และทบวนไปแบบนี้ทุกๆปี

หลักการทำงานของ Unit Linked: จ่ายเบี้ย → หักค่าธรรมเนียม → เงินลงทุนสะสมเข้ากองทุนรวมตามสัดส่วนพอร์ตที่เราเลือกไว้
Unit Linked ประกอบไปด้วย 3 ส่วนหลักๆ
องค์ประกอบของ Unit Linked ที่ต้องรู้มี 2 ฝั่ง คือ ฝั่ง “เบี้ยประกัน” ซึ่งแบ่งเป็น 3 ประเภท (RP, RTU, ATU) และฝั่ง “ค่าธรรมเนียม” ซึ่งมี 3 ก้อน (COI, Premium Charge, Admin Fee) — เข้าใจ 2 ฝั่งนี้ = เข้าใจ UL ทั้งระบบครับ
2.1 เบี้ยประกัน: ถูกแบ่งย่อยๆออกเป็นอีก 3 ประเภท

เบี้ยประกัน Unit Link BLA ประกอบไปด้วย 3 ส่วน: Regular Premium, Regular Top Up และ Ad-hoc Top Up
- 🛡️1. Regular Premium (RP) – เบี้ยประกันภาคบังคับ และต้องจ่ายประจำทุกปี
RP คือเบี้ยประกันภัยหลักของกรมธรรม์ UL ซึ่งจะกำหนดขั้นต่ำไว้ 12,000 บาทต่อปี ส่วนความคุ้มครองจะอยู่ที่ 50–250 เท่าของเบี้ย โดยความคุ้มครองสูงสุดที่เลือกได้จะขึ้นอยู่กับเพศและอายุด้วยเช่นกัน - 💵2. Regular Top Up (RTU) – เบี้ยประกันภาคไม่บังคับ แต่ต้องจ่ายประจำทุกปี
เบี้ย RTU คือเบี้ยประกันที่เน้นสะสมเข้ากองทุน Unit Linked บังคับจ่ายประจำทุกปี ขั้นต่ำ 12,000 บาทต่อปี - 💎3. Ad-hoc Top Up (ATU) – เบี้ยประกันภาคไม่บังคับ และไม่ต้องจ่ายประจำทุกปี
เบี้ยที่เน้นสะสมเข้ากองทุน Unit Linked เช่นกัน ไม่บังคับจ่ายประจำทุกปี และมีขั้นต่ำต่อครั้งคือ 12,000 บาท สามารถเลือกจ่าย ATU ปีไหนก็ได้ อารมณ์เดียวกับซื้อ SSF ที่ปีไหนซื้อ ปีไหนไม่ซื้อก็ได้ครับ
2.2 ค่าธรรมเนียม UL

ค่าธรรมเนียมประกัน Unit Linked มี 3 ประเภท: 1.Cost of Insurance 2.Premium Charge 3.Admin Fee
1. Cost of Insurance (COI) คือ ค่าการประกันภัย หรือค่าความเสี่ยงที่บริษัทประกันจะต้องรับไว้ ดังนั้นยิ่งบริษัทประกันภัยรับความเสี่ยงไว้มาก เบี้ยตัวนี้ก็จะมากตาม
ค่าการประกันภัย (COI) จะแปรผันตาม เพศ อายุ และจำนวนความคุ้มครอง (ทุนประกันชีวิต) ยิ่งแฟคเตอร์ตัวใดตัวนึงมาก ค่า COI ก็จะมากขึ้นตามครับ
2. ค่าดำเนินการประกันภัย (Premium Charge) หรือเรียกสั้นๆว่า ‘ค่า Setup กรมธรรม์’
ซึ่งค่า Setup กรมธรรม์จะลดลงทุกๆปี เหมือนพอเราผ่อนบ้านใกล้หมด ดอกเบี้ยก็จะลดลงตามจำนวนเงินต้น และเมื่อผ่อนบ้านหมดแล้วก็ไม่จำเป็นต้องจ่ายดอกเบี้ยอีกต่อไป
| ปีที่ | ค่าดำเนินการประกันภัยของเบี้ย RP (% ของเบี้ย) |
|---|---|
| 1 | 60 |
| 2 | 40 |
| 3 | 20 |
| 4–6 | 10 |
| 7–8 | 2 |
| 9 เป็นต้นไป | 0 |
ส่วนค่าดำเนินการของเบี้ยประกันภัย RTU และ ATU = คงที่ที่ 1.5% ต่อปี
3. ค่าบริหารกรมธรรม์ (Admin Fee 0.6% ต่อปี) คือ ตรงตัวเลยครับ ค่าบริหารกรมธรรม์และกองทุนที่กรมธรรม์ Unit Linked ดูแลอยู่ โดยจะถูกคิดเป็นรายเดือน คือ 0.6%/12 = 0.05% ต่อเดือน
เริ่มเห็นภาพแล้วใช่ไหมครับ?
ถ้าอยากรู้ว่าเบี้ยและค่าธรรมเนียมของ “เคสคุณ” จะออกมาหน้าตาแบบไหน ฟลุค simulate ตัวเลขจริงให้ดูฟรี ไม่ผูกมัดครับ
💬 ทักไลน์ @wunlawealth ปรึกษาฟรีการถูกหักค่าธรรมเนียมของเบี้ย RP, RTU และ ATU
เบี้ย RP ถูกหักค่าธรรมเนียมสูงในช่วง 6–8 ปีแรก (ค่า Setup กรมธรรม์) ส่วน RTU และ ATU เน้นลงทุน จึงพุ่งเข้ากองทุนเกือบเต็มจำนวน โดนหักเพียง 1.5% — แต่พอพ้นปีที่ 9 ไปแล้ว ค่าธรรมเนียมฝั่ง RP กลับถูกกว่า RTU และ ATU ครับ

Flow chart แสดงการหักค่าธรรมเนียมของเบี้ยประกันแต่ละประเภท ที่ฟลุคทำให้ดูชัดๆ
เพื่อให้ทุกคนเห็นภาพอย่างชัดเจน ฟลุคได้ทำ flow chart แสดงการหักค่าธรรมเนียมของเบี้ยประกันประเภทต่างๆ ซึ่งจะเห็นได้ว่า
1. เบี้ย RP ในช่วง 6–8 ปีแรกจะถูกหักค่าธรรมเนียมค่อนข้างสูง เนื่องจากถูกหักในส่วนของค่า Setup กรมธรรม์หรือ Premium Charge (อย่างไรก็ตามประกันประเภทดั้งเดิม เช่น whole-life ค่าใช้จ่ายตรงนี้สูงเหมือนกัน แต่เพราะเขาไม่ได้แจกแจง เราเลยไม่ได้สนใจเรื่องนี้มากครับ)
2. เบี้ย RTU และ ATU สองส่วนนี้จะเน้น ‘ลงทุน’ ดังนั้นเบี้ยสองอย่างนี้จะพุ่งตรงเข้ากองทุน Unit Linked เลย และจะถูกหักค่า Premium Charge เพียงเล็กน้อย

อัตราค่าธรรมเนียมของเบี้ย RP ที่ลดลงในแต่ละปี จนเหลือ 0% ตั้งแต่ปีที่ 9 เป็นต้นไป
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Unit Linked (พรีเมียร์ ลิงค์) ไม่เหมาะกับใคร?
ไม่เหมาะกับคนที่ไม่สามารถรับความเสี่ยงจากการลงทุนครับ
เนื่องจากประกันประเภทยูนิต ลิงค์ มีส่วนของกองทุนรวมค่อนข้างมาก และการลงทุนมีความเสี่ยงและผันผวนอยู่เสมอ หากคุณไม่สามารถรับความเสี่ยงจากการลงทุนได้ ฟลุคขออนุญาตแนะนำสมัครเป็นประกันรูปแบบปกติ เช่น ประกันคุ้มครองสูง 99/20 (whole-life) หรือคุ้มครองระยะสั้น เช่น 20/20 จะเหมาะสมกว่าครับ
เราควรซื้อประกัน+กองทุน รวมกันใน UL หรือแยกกันดี?
หากต้องการซื้อ UL เนื่องจากเป็น “ประกันชีวิต” ที่รูปแบบ DIY ตอบโจทย์เราเป็นอย่างมาก ให้เลือกซื้อ UL
แต่ถ้ามองด้าน “การลงทุน” หรือเน้น “ประกันสุขภาพ” เป็นหลัก แนะนำให้ซื้อแยก เนื่องจากเบี้ยที่ส่งให้ UL จะถูกหักค่าธรรมเนียมค่อนข้างมากโดยเฉพาะปีแรกๆครับ
เบี้ย RP, RTU และ ATU ต่างกันอย่างไร?
RP = เบี้ยภาคบังคับ จ่ายประจำทุกปี เป็นตัวกำหนดทุนคุ้มครอง · RTU = เบี้ยไม่บังคับแต่จ่ายประจำทุกปี เน้นสะสมเข้ากองทุน · ATU = เบี้ยไม่บังคับ ปีไหนจ่ายก็ได้ — ทั้ง 3 ตัวมีขั้นต่ำ 12,000 บาทครับ
ทำไมค่าธรรมเนียมปีแรกของเบี้ย RP สูงถึง 60%?
เป็นค่า Setup กรมธรรม์ (Premium Charge) ซึ่งลดลงทุกปีจนเหลือ 0% ตั้งแต่ปีที่ 9 — ประกัน whole-life ดั้งเดิมก็มีค่าใช้จ่ายลักษณะนี้เหมือนกัน เพียงแต่ไม่ได้แจกแจงให้เห็น ส่วน UL เปิดเผยทุกบรรทัด ทำให้เรารู้ว่าเงินเราไปไหนครับ
เข้าใจหลักการแล้ว อยากเห็นตัวเลขจริงของตัวเอง?
ฟลุคและทีม WunLaWealth ช่วยเลือกแผนที่ “ใช่” ที่สุด — ไม่ใช่แค่แพงที่สุด
ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายครับ
📞 080-294-5216 · 📧 wunlawealth@gmail.com
ติดต่อกลับภายใน 30 นาที (ในเวลาทำการ)







